พระราชดำรัส

ข่าวสารและกิจกรรม

จากสายพระเนตรที่ยาวไกล จึงเกิดสิ่งดีๆขึ้นที่ศูนย์ฯของเรา

วันพุธที่ 5 กันยายน 2561 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ อันเป็นหนึ่งในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา ในช่วงปลายปีพุทธศักราช 2555 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนา พิจารณาดำเนินการผลิตพันธุ์ข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสำรองไว้เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติ และต่อมาในปี 2556 มูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ ขึ้น บนที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 บ้านกุง ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อผลิตข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน ในปัจจุบันมีชุมชนที่เข้าร่วมโครงการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ใน 3 จังหวัด คือ ในจังหวัดสุรินทร์ มีกลุ่มเกษตรกร 9 กลุ่ม ใน 6 อำเภอ คือ อำเภอเมือง  อำเภอจอมพระ  อำเภอศีขรภูมิ  อำเภอชุมพลบุรี  อำเภอสำโรงทาบ  และอำเภอสังขะ  กลุ่มเกษตรกรในอำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์ 1 กลุ่ม และราษฎรอำเภอราศีไสล จังหวัดศรีสะเกษ อีก 1 ราย    ข้าวหอมมะลิ เป็นข้าวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2493 – 2494 นายสุนทร สีหะเนิน อดีตพนักงานข้าวของกรมการข้าว ประจำอยู่ที่ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับมอบหมายให้ออกไปเก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวในภาคตะวันออก จึงได้คัดเก็บรวงข้าวจำนวน 199 รวง ซึ่งเป็นข้าวที่มีความหอม เรียกกันว่า ‘ข้าวหอมมะลิ’ มาระบุหมายเลขของรวงที่เก็บมา แล้วส่งไปปลูกเพื่อคัดพันธุ์ให้บริสุทธิ์ ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และต่อมาในปี พ.ศ. 2500 เมื่อได้พันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ผ่านการคัดพันธุ์แล้ว ก็นำไปปลูกทดลองและทดสอบในพื้นที่ปลูกข้าวภาคต่างๆ พบว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้าวหอมมะลิที่เป็นรวงหมายเลขที่ 105 เป็นรวงที่ให้ผลผลิตดีในพื้นที่ดินทรายของภาคอีสาน ได้เมล็ดข้าวเรียวยาว สมบูรณ์ และยังคงความหอมเหมือนข้าวที่ปลูกจากแหล่งที่ปลูกเดิม    โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ เกิดขึ้นจากการที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสำรองพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ให้มีคงไว้ ในกรณีที่ประเทศมีภาวะฉุกเฉิน หรือประสบภัยที่ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิประสบปัญหา ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่หาพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ดีมีคุณภาพมาทดแทนให้เกษตรกรได้ยาก ดังนั้น ในการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน มูลนิธิชัยพัฒนา จึงมีความตั้งใจในการที่จะให้การผลิตเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ผลิตพันธุ์ข้าวด้วยความประณีต ให้ปราศจากพันธุ์ปนและข้าวเมล็ดแดง เพื่อพันธุ์ข้าวพระราชของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเป็นพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ดีและมีคุณภาพที่สุด ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ของมูลนิธิชัยพัฒนาทุกกลุ่ม จะต้องตั้งคณะกรรมการบริหารงานภายในกลุ่ม เพื่อดำเนินกิจกรรมของกลุ่มให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด มีคณะกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ดูแลกันตั้งแต่เตรียมแปลงนาจนถึงการเก็บเกี่ยว การปลูกให้ปลูกโดยวิธีปักดำเท่านั้น และต้องเก็บเกี่ยวด้วยมือหรือรถเกี่ยวข้าวที่สะอาด เพื่อป้องกันการปนของข้าวพันธุ์อื่นหรือข้าวเมล็ดแดง มูลนิธิชัยพัฒนาจะมีการตรวจแปลงนาและตรวจสอบพันธุ์ข้าวที่เก็บเกี่ยวขึ้นมาจากแปลงนา มีกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว คือ มีเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ประธานกลุ่ม สมาชิกกลุ่ม และเจ้าของแปลงนา ร่วมกันตรวจสอบ การตรวจสอบจะสุ่มตัวอย่างข้าว 1 กิโลกรัม เพื่อวัดความชื้นและตรวจสอบหาข้าวปน ทดสอบเช่นนี้ 2 ครั้ง โดยราคาพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐานเข้าเกณฑ์เป็นข้าวพันธุ์พระราชทานของมูลนิธิชัยพัฒนา จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นจากราคาข้าวของกรมการค้าภายใน เพื่อเป็นรางวัลในการผลิตข้าวอย่างประณีตและมีคุณภาพ    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในภาคอีสาน จึงได้มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดหาน้ำช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน โดยให้ปรับปรุงสระน้ำในแปลงนาแก่ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการทุกราย หากราษฎรรายใดไม่มีสระน้ำสำรองใช้ในการเกษตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการขุดบ่อให้ตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการสนองพระราชดำริตั้งแต่ปี 2559 ได้ปรับปรุงและขุดสระน้ำในแปลงนาของกลุ่มผู้ผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทานให้ตามความประสงค์ของราษฎรเจ้าของที่นาและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ไปแล้ว 360 สระ เพื่อใช้ในการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ซึ่งเป็นนาดำที่ใช้น้ำมากกว่าการทำนาหว่าน และบริเวณรอบสระน้ำพระราชทาน ราษฎรยังปลูกพืชผักและไม้ผลไว้บริโภค และหากมีเหลือ สามารถนำไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย นอกจากนี้ ได้พระราชทานบ่อน้ำใต้ดิน 4 บ่อ และได้โปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาขุดหรือปรับปรุงสระน้ำสาธารณะเพื่อให้ราษฎรในชุมชนได้ใช้อุปโภคและบริโภคอีก 8 สระ ในวันนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังสระน้ำสาธารณะพระราชทาบ้านหนองพรม ตำบลเสม็จ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเพิ่งขุดเสร็จเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ พระราชทานพันธุ์ปลานิลจิตรลดา จำนวน 100,000 ตัว    จากโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนาบ้านเกาะกา อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก และโครงการ ‘รวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม’ ของมูลนิธิชัยพัฒนา ในตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ปล่อยสู่สระสาธารณะ บ้านหนองพรม เพื่อเป็นแหล่งอาหารของราษฎรในชุมชน การเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดสุรินทร์ในครั้งนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ บ้านเกาะแก้ว ตำบลเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ ทรงมีพระราชปฏิสันถารและมีรับสั่งให้กำลังใจแก่ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการ เนื่องด้วยทรงตระหนักว่า การผลิตพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความมานะอดทน ต้องมีความละเอียดประณีตในการผลิต ทุกขั้นตอน นับแต่การเตรียมดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ การปลูกด้วยการปักดำ การดูแลเอาใจใส่ในการกำจัดวัชพืชและข้าวปน รวมทั้งการใส่ใจในการเก็บเกี่ยวและการขนส่ง เพื่อให้พันธุ์ข้าวมีคุณภาพดี จนกระทั่งขั้นตอนสุดท้ายที่ส่งมอบมายังมูลนิธิชัยพัฒนา จากนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 บ้านกุง ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ทอดพระเนตรผลการดำเนินงานการผลิตและการเก็บสำรองเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน และทรงมีพระราชปฏิสันถารกับกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ จังหวัดสุรินทร์ อีก 3 กลุ่ม ที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ คือ กลุ่มราษฎรบ้านโคกไทรงาม ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ กลุ่มราษฎรบ้านฮ็อง ตำบลเพี้ยราม อำเภอเมือง และกลุ่มราษฎรบ้านกุง ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ ในปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทาน พันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 (อ่านว่า หนึ่งร้อยห้า) จำนวน 1,120,560 กิโลกรัม ที่สะสมสำรองไว้ที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ แก่ราษฎรที่ประสบภัยแล้งและอุทกภัยในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สกลนคร และนครราชสีมา รวม 10,769 ราย นำไปเพาะปลูกในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายได้ 73,079 ไร่ และกรมชลประทานได้กราบบังคมทูลเรื่องแนวทางการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำลำพอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรให้แก่ราษฎร ในการพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรในเรื่องการเกษตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทำโครงการ ‘ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน’ พระราชทานกิ่งพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี ให้ชุมชนนำไปปลูกริมถนนและที่สาธารณะในหมู่บ้าน กิ่งพันธุ์ที่พระราชทานมีอาทิเช่น มะม่วงพันธุ์ต่างๆ ที่เป็นมะม่วงทวาย ขนุน ฝรั่ง มะกอก มะขาม น้อยหน่า และชุมชนที่ได้รับพระราชทานกิ่งพันธุ์จะร่วมด้วยช่วยกันดูแลต้นไม้เหล่านี้ให้เจริญเติบโต และให้ผลผลิตแก่คนทั้งในหมู่บ้านและคนทั่วไปแบ่งปันกันบริโภคตามพระราชประสงค์    มูลนิธิชัยพัฒนา ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริในอันที่จะเตรียม กิ่งพันธุ์ไม้ผลพระราชทาน โดยมีโครงการต่างๆของมูลนิธิชัยพัฒนาผลิตกิ่งพันธุ์เพื่อส่งมอบให้ชุมชน ดังนี้ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี โครงการผลิตกิ่งพันธุ์ไม้ผลพระราชทาน บ้านชวดบัว จังหวัดนครนายก โครงการพัฒนาป่าชุมชนบ้านอ่างเอ็ดมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดจันทบุรี ในวันนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโครงการ ‘ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน’ ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ณ ที่นั้น นอกจากจะได้ทอดพระเนตรไม้ผลพระราชทานที่ราษฎรได้ปลูกเรียงรายตามถนนที่เป็นเส้นทางเสด็จแล้ว ยังได้เสด็จไปยังพื้นที่ชุมชนริมหนองหารในตำบลระแงง ทรงมีพระราชปฏิสันถารและมีรับสั่งให้กำลังใจแก่ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ที่มูลนิธิชัยพัฒนาได้เข้ามาส่งเสริมและต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่หัตถกรรมพื้นบ้านของราษฎรที่เข้าร่วมโครงการ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินในเดือนตุลาคมปี 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนา พัฒนาการทอเสื่อกกและการทำผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกแก่ราษฎรบ้านหนองไผ่ ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับอาจารย์และนักศึกษา สาขาวิชาการออกแบบสิ่งทอ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ทำโครงการพัฒนาการออกแบบอย่างยั่งยืนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากต้นกก โดยใช้หลักการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างปราชญ์ท้องถิ่น นักศึกษา อาจารย์ มาช่วยกันพัฒนาการย้อม การพิมพ์ การตกแต่งผิวหน้า(surface design) การทอ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ นับเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากต้นกกที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาและวัฒนาธรรมของท้องถิ่นไว้ และกรมชลประทานได้กราบบังคมทูลเรื่องการดำเนินงานโครงการก่อสร้างแก้มลิงกุดผไท อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ อันเป็นโครงการในพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีพระราชประสงค์ที่จะทรงช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการขาดน้ำในการเกษตรและปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแก่ราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงส่งเสริมให้ราษฎรเข้าร่วมเป็นผู้ผลิตพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์พระราชทาน นอกจากจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ราษฎรในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ เป็นผู้ผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทานแล้ว ในเรื่องพันธุ์สัตว์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา ส่งเสริมราษฎรให้เข้าร่วมเป็นผู้ผลิตพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์พระราชทาน โดยในจังหวัดสุรินทร์ จะมีศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้ให้ความรู้ในขั้นตอนและวิธีการผลิตให้ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นพันธุ์พระราชทานคุณภาพที่ดีแก่ราษฎรต่อไป ปัจจุบันศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ได้สนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนผลิตไก่และเป็ดพระราชทานแล้ว 3 ชุมชน คือบ้านขอนแก่น ตำบลหนองฮะ อำเภอสำโรงทาบ บ้านโคกไทรงาม ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ บ้านกันโจรง ตำบลกระหาด อำเภอจอมพระปัจจุบันเริ่มผลิตพันธุ์ไก่พื้นเมือง พันธุ์ไก่กระดูกดำ และพันธุ์เป็ดไข่ น้อมเกล้าถวายเป็นพันธุ์พระราชทานได้แล้วจากนั้นได้เสด็จไปยัง บ้านกันโจรง ตำบลกระหาด อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ทอดพระเนตรผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติของมูลนิธิชัยพัฒนาในปี 2556 ทรงมีพระราชดำริให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ ประสานกรมหม่อนไหมเข้าส่งเสริมการทอผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ เช่น ย้อมด้วยมะเกลือ หว้า แก่นเข ซังข้าวโพด เพกา ขนุน และคราม เป็นต้น    ปัจจุบันมีชุมชนที่เข้าร่วมโครงการทอผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ 3 กลุ่ม คือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหม่อนไหมไทรงาม กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ บ้านกุง ตำบลสำโรงทาบ ตำบลสำโรงทาบ และ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ บ้านกันโจรง ซึ่งก่อนเข้าโครงการสมาชิกส่วนใหญ่ทอผ้าไหมด้วยไหมย้อมสีสังเคราะห์ โดยในปีนี้โครงการได้พาสมาชิกเข้ารับการย้อมครามที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และชุมชนในจังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ ในการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ของราษฎรที่เข้าร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ในการคัดเลือกพันธุ์ข้าวเพื่อมาเป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน มีเกณฑ์มาตรฐานสูง เนื่องจากพันธุ์ข้าวที่พระราชทานแก่ราษฎรผู้ประประสบภัยจะต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ บ่มเพาะเป็นต้นกล้าที่แข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีพันธุ์อื่นปะปน จึงมีราษฎรที่ไม่ผ่านมาตรฐานพันธุ์ข้าวพระราชทานของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริด้วยน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงตระหนักว่า ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งใจ ทุ่มเท และมุ่งมั่นที่จะผลิตพันธุ์ข้าวให้ประณีต แต่อาจด้วยเกณฑ์กำหนดที่สูงของพันธุ์ข้าวพระราชทาน จึงทำให้มีผู้ที่ได้ผลผลิตไม่ผ่านเกณฑ์ จึงมีรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนา ซื้อพันธุ์ข้าวที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน มาสีเป็นข้าวสารเพื่อจำหน่าย มูลนิธิชัยพัฒนา ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริ โดยให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จัดซื้อข้าวของสมาชิกโครงการที่ไม่ผ่านเกณฑ์เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน มาสีบรรจุเป็นข้าวสารสำหรับบริโภค โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า ข้าวหอมมะลิ ‘จันกะผัก’ ข้าวหอมมะลิ ‘จันกะผัก’ จึงเป็นข้าวสารที่มีคุณภาพ ผลิตด้วยความประณีต      จากเกษตรกรที่เข้าร่วมผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทาน น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ ได้พระราชทานขวัญและกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ แก่ราษฎรที่เข้าร่วมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ให้เกิดพลัง ความมานะ ตั้งใจ ใส่ใจ เพื่อให้พันธุ์ข้าวหอมมะลิพระราชทานเป็นพันธุ์ข้าวคุณภาพดี สำหรับช่วยเหลือราษฎรชาวไทยที่ประสบภัย มีความเดือดร้อนและเผชิญความทุกข์ยาก และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 แก่ราษฎรทั้งที่ประสบภัยแล้งและราษฎรที่ประสบอุทกภัยในฤดูกาลปลูกข้าวที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูให้ก้าวเดินต่อไปในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง ด้วยเมล็ดพันธุ์อันเป็นมงคลยิ่งนอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา ส่งเสริมอาชีพด้านต่างๆ ทั้งการผลิตพันธุ์พืช ผลิตพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงปลานิลจิตรลดา เป็ด และไก่ เพื่อบริโภค การทำหัตถกรรมการทอและเย็บกระเป๋าเสื่อกก และการทอผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนด้วยความมุ่งมั่นพระราชหฤทัยที่จะให้ประเทศไทยมีพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ดี มีคุณภาพ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความเข้าใจและมีความเอาใจใส่ในการทำนาอย่างละเอียดประณีต เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ ปราศจากข้าวอื่นปลอมปน เป็นต้นพันธุ์ที่ดีและมีคุณค่า เพื่อให้ประชาชนคนไทยมีพันธุ์ข้าวที่มีชื่อเสียงคงอยู่สืบต่อไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรของชาวไทย ให้มีความมั่นคงด้านอาหาร นับเป็นการสร้างความมั่นคงภายในประเทศอีกทางหนึ่ง
วันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2560 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี ในปีพุทธศักราช 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ มูลนิธิชัยพัฒนา ก่อตั้งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงรายขึ้น เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านสำหรับพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติต่อมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2554 ได้ทรงมีกระแสรับสั่งกับนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการผลิตพันธุ์พืชไร่ เพื่อพระราชทานราษฎรที่ประสบภัยพิบัติ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา จึงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี ขึ้นบนที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลเขาดินพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ในเดือนสิงหาคม 2554 ได้ปรับพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ เพื่อปลูกถั่วเขียวผิวมัน พันธุ์กำแพงแสน 2 และพันธุ์ชัยนาท ในปีต่อมา ได้เริ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว มะละกอ ฟักทอง และผักพื้นบ้าน อาทิ บวบ ฟักแฟง น้ำเต้า พริก กระเจี๊ยบเขียว มะเขือ แคบ้านดอกขาว และทดสอบความเสถียรของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเทียนหวานอีกด้วย       ในปี 2555 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี ผลิตพันธุ์ข้าวเพื่อพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัย เช่น ราษฎรที่ประสบอุทกภัย หรือราษฎรที่ประสบภัยแล้ง โดยได้พระราชทานพระราชานุญาตให้เกษตรกรในตำบลพุคา และตำบลหนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เข้าร่วมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ในโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ของมูลนิธิชัยพัฒนา ในเวลาที่ผ่านมา ได้พระราชทานพันธุ์ข้าวของมูลนิธิชัยพัฒนานี้ แก่ราษฎรไปแล้วหลายจังหวัด อาทิ จังหวัดสมุทรสงคราม สุโขทัย พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท เชียงราย นครนายก พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส มูลนิธิชัยพัฒนา ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำงานวิจัยปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชดังนี้ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการพัฒนาพันธุ์ฟักทองลูกผสมกับพันธุ์พื้นเมืองของสระบุรี เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานในอนาคต คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังได้พัฒนาพันธุ์มะละกอ โดยคัดพันธุ์ดี ได้ 2 สายพันธุ์ สายพันธุ์แรก จะมีเนื้อสีแดงอมส้ม รสชาติหวาน กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อแน่นละเอียด มีขนาดผลประมาณ 1.5 กิโลกรัม และอีกสายพันธุ์จะมีขนาดผลประมาณ 1 กิโลกรัม ขณะนี้กำลังประเมินและคัดพันธุ์รอบที่ 4 เพื่อให้พันธุ์มีความสม่ำเสมอ ก่อนจะเสนอขึ้นทะเบียนพันธุ์ใหม่ต่อไป ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จะผลิตเมล็ดพันธุ์มะละกอสายพันธุ์ที่คัดเลือกได้ เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน โดยจะส่งมอบให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ นำไปทดสอบการงอกเพื่อควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะพระราชทานแก่ราษฎรต่อไป และได้ทำโครงการพัฒนาและทดสอบสายพันธุ์ถั่วเขียว KUML8 ที่มีขนาดเมล็ดโต และมีความทนทานต่อสภาพน้ำท่วมขัง และสภาพแล้ง ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับถั่วเขียวพันธุ์มาตรฐาน 2 พันธุ์ คือ กำแพงแสน 2 และ ชัยนาท 84-1 และสายพันธุ์ดีเด่น อื่นๆ อีก 2 สายพันธุ์ ผลการทดสอบพบว่า ถั่วเขียวสายพันธุ์ KUML8 เหมาะสำหรับปลูกในฤดูแล้ง มีขนาดเมล็ดใหญ่กว่าและให้ผลผลิตมากกว่าพันธุ์กำแพงแสน 2 และชัยนาท 84-1 ซึ่งเป็นพันธุ์มาตรฐาน และมีระยะเวลาการสุกแก่สม่ำเสมออีกด้วย ทั้งนี้ โครงการจะนำสายพันธุ์ KUML8 ไปทดสอบในแปลงเกษตรกรต่อไป มูลนิธิชัยพัฒนา ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำงานวิจัยพันธุ์ไม้ผลบรรพบุรุษ หรือ Heirloom Fruit Trees (heirloom อ่านว่า แอ-ลูม) ในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ดินส่วนพระองค์ บ้านวังรี จังหวัดนครนายก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว ปกคลุมไปด้วยพืชป่าและพืชปลูกเก่าแก่จำนวนมาก มีไม้ผลหลายชนิดที่มีอายุกว่า 50 ปี จัดว่าเป็น ไม้ผลบรรพบุรุษ (heirloom fruit tree) ซึ่งอาจจะเป็นพันธุ์ที่หาได้ยาก ในปัจจุบัน จึงได้เริ่มศึกษาการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไม้ผลเก่าแก่ในพื้นที่ โดยเลือกศึกษาไม้ผลที่มีอายุมากกว่า 50 ปี 5 ชนิด คือ มะตูม มะเฟือง มะปราง มะพูด และพุทราป่า เนื่องจากไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์ของไม้ผลเก่าแก่เหล่านี้ จึงจะศึกษาโดยเปรียบเทียบลักษณะ และใช้ข้อมูลลำดับดีเอ็นเอ เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างไม้ผลบรรพบุรุษกับพันธุ์ต่างๆ ของไม้ผลชนิดเดียวกัน เพื่อให้พอทราบว่าอยู่ในกลุ่มพันธุ์ใด เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป    นอกจากนี้ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริยังร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำงานวิจัยอีก 2 โครงการ คือ การคัดเลือกไรโซเบียมในท้องถิ่นร่วมกับการทดสอบประสิทธิภาพการตรึงไนโตรเจนของพันธุ์ถั่วเขียว โดยคัดเลือกเชื้อไรโซเบียมในพื้นที่ของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี มาทดสอบประสิทธิภาพการตรึงไนโตรเจนร่วมกับถั่วเขียว 3 พันธุ์ คือ CKPเบอร์1 ชัยนาท72 และกําแพงแสน 2 จนได้เชื้อไรโซเบียม 3 สายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรึงไนโตรเจนร่วมกับถั่วเขียว จากนั้นได้นำไรโซเบียมทั้ง 3 สายพันธุ์ มาทดสอบประสิทธิภาพการตรึงไนโตรเจนในโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิและควบคุมสภาพแวดล้อม ได้ผลการทดลองว่า เชื้อไรโซเบียมสายพันธุ์ที่สอง สามารถทํางานร่วมกันกับถั่วเขียวได้ทุกสายพันธุ์ สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้สูงที่สุดในระยะที่ต้นถั่วเริ่มติดฝัก และระยะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต จากนั้น ได้นำเชื้อไรโซเบียมสายพันธุ์ที่ 2 นี้ มาทดสอบประสิทธิภาพกับถั่วเขียว 3 สายพันธุ์ คือ CKPเบอร์1 ชัยนาท72 และกําแพงแสน2 พบว่า ปริมาณผลผลิตของถั่วเขียวพันธุ์ CKPเบอร์1 ให้ผลผลิตต่อไร่สูงที่สุด และมีปริมาณโปรตีนและธาตุที่สำคัญสะสมในเมล็ดของถั่วเขียวพันธุ์ CKPเบอร์ 1 สูงที่สุด ซึ่งถั่วเขียวพันธุ์ CKP เป็นถั่วเขียวที่เป็นงานพัฒนาพันธุ์ร่วมกับของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ และยังมีงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการปรับปรุงพันธุ์มะม่วงและฝรั่ง โดยประเมินและคัดเลือกสายพันธุ์มะม่วง 280 สายพันธุ์ที่รวบรวมไว้ ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต ส่วนการปรับปรุงพันธุ์ฝรั่งนั้น เป็นการพัฒนาพันธุ์เพื่อให้ได้ฝรั่งสีม่วง รสชาติอร่อย เหมาะสำหรับเป็นพันธุ์รับประทานผลสด    นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินงานโครงการ ‘รวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม’ เพื่อเตรียมการตั้งรับอุทกภัยให้แก่ชุมชนที่ประสบภัย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ เป็นผู้ดำเนินโครงการนำร่องที่ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลพุคา และกำนันตำบลพุคาหลักการของโครงการ ‘รวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม’ คือจะสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง จัดหาพื้นที่อพยพให้แก่ผู้ประสบภัยในชุมชน เตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่ม เพื่อให้ราษฎรพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ มูลนิธิชัยพัฒนายังได้จัดเตรียมเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับราษฎร เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดอุทกภัยในตำบลหนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ที่เป็นพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ในโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ของมูลนิธิชัยพัฒนา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาส่งเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือ สามารถรักษาหมู่บ้านบ้านคลอง และพื้นที่นารอดพ้นจากน้ำท่วมพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ ราษฎรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ทั้งหมด ในวันนี้ สำนักสารสนเทศของมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้กราบบังคมทูลการประมวลข้อมูลและภาพดาวเทียมเกี่ยวกับผลที่ราษฎรได้รับจากการพระราชทานความช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการผลิตพันธุ์พืชอาหารที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี รวบรวมและสะสมเพื่อให้เกษตรกรมีพันธุ์พืชที่ดี แม้ไม่ใช่พันธุ์ที่ดีที่สุดในเชิงเศรษฐกิจ แต่จะเป็นพันธุ์ดีเพียงพอที่สามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ สร้างความแข็งแรงมั่นคงให้เกิดขึ้นแก่ตนเองและครอบครัวได้ อย่างยั่งยืน ดังพระราชดำรัสที่รับสั่ง ณ วังสระปทุม เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2552 ความว่า“ปัจจัยสำคัญของการเกษตร นอกจากจะเป็นเรื่องน้ำและดินแล้ว การมีพันธุ์พืชที่ดีให้เกษตรกรปลูก เป็นเรื่องที่สำคัญมาก อีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่ทำเอง จัดเอง ทำให้เราได้ศึกษาวิธีการว่า พันธุ์ต่างๆ นอกจากจะทำให้มีปริมาณมากขึ้นแล้ว คุณภาพที่จะเหมาะสมในแต่ละแห่งจะทำอย่างไร เพราะถ้าเราทำเอง จะทราบว่าตรงไหนต้องทำอย่างไร เป็นความรู้ของพวกเราทุกคนด้วย”
  วันพุธที่ 24 พฤษภาคม 2560 เวลา 8.40 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงกลุ่มผู้ผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105  พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ตำบลหนองโดน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ เกิดขึ้นจากการที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสำรองพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ให้มีคงไว้ ในกรณีที่ประเทศมีภาวะฉุกเฉินหรือประสบภัยที่ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิประสบปัญหา ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่จะหาพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ดีมีคุณภาพมาทดแทนให้เกษตรกรได้ยาก โดยเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 เกิดอุทกภัยขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตระหนักว่า อุทกภัยครั้งนี้ ได้ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัด เป็นระยะเวลายาวนาน และทรงทราบว่าราษฎรในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ และอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วมบ้านและที่นาเสียหาย ทรงห่วงใยว่า ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราษฎรมีรายได้หลักจากการทำนาข้าวหอมมะลิ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะปลูกได้เพียงปีละหนึ่งครั้ง เมื่อประสบอุทกภัย ราษฎรจึงสูญเสียรายได้หลักทั้งปีของตนไป                 จากเหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้พระราชทานพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 185.6 ตัน ที่มูลนิธิชัยพัฒนามีสำรองไว้ที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ แก่ราษฎรในอำเภอลำปลายมาศ และอำเภอชำนิ ที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 953 ราย พื้นที่เพาะปลูกถูกน้ำท่วมเสียหายรวมทั้งสิ้น 12,373 ไร่ และได้มีรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนา ชักชวนราษฎรอำเภอลำปลายมาศ และอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมโครงการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดี สะสมสำรองไว้สำหรับพระราชทานราษฎรในยามวิกฤต    ราษฎรในชุมชนตำบลหนองโดน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ในปี 2557 ตั้งคณะกรรมการบริหารงานภายในกลุ่ม เพื่อดำเนินกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพ มีคณะกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ช่วยดูแลกันและกันตั้งแต่ในแปลงนาจนถึงการเก็บเกี่ยว ปลูกโดยวิธีปักดำเท่านั้น เก็บเกี่ยวด้วยมือหรือรถเกี่ยวข้าวที่สะอาด เพื่อป้องกันการปนของข้าวพันธุ์อื่นหรือข้าวเมล็ดแดง    กรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ประธานกลุ่ม สมาชิกกลุ่ม และเจ้าของแปลงนา ร่วมกันตรวจแปลงนาและตรวจสอบพันธุ์ข้าวที่เก็บเกี่ยวขึ้นมาจากแปลงนา การตรวจสอบจะสุ่มตัวอย่างข้าว 1 กิโลกรัม เพื่อวัดความชื้นและตรวจสอบหาข้าวปน ทดสอบเช่นนี้ 2 ครั้ง โดยราคาพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐานเข้าเกณฑ์เป็นข้าวพันธุ์พระราชทานของมูลนิธิชัยพัฒนาจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นจากราคาข้าวของกรมการค้าภายใน เพื่อเป็นรางวัลในการผลิตข้าวอย่างประณีตและมีคุณภาพ    ในปี 2558 กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ตำบลหนองโดน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ผลิตพันธุ์ข้าวผ่านเกณฑ์เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน ได้ 28 ตัน 64 กิโลกรัม และในปี 2559 ผลิตพันธุ์ข้าวผ่านเกณฑ์เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน ได้ 89 ตัน กับ 242 กิโลกรัม ในวันนี้ ทรงมีพระราชปฏิสันถารและมีรับสั่งให้กำลังใจแก่ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการ ด้วยทรงทราบว่า การผลิตพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความมานะอดทน ต้องมีความละเอียดประณีตในการผลิตทุกขั้นตอน นับแต่การเตรียมดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ การปลูกด้วยการปักดำ การดูแลเอาใจใส่ในการกำจัดวัชพืชและข้าวปน รวมทั้งการใส่ใจในการเก็บเกี่ยวและการขนส่ง เพื่อให้ข้าวมีคุณภาพดี จนกระทั่งขั้นตอนสุดท้ายที่ส่งมอบมายังมูลนิธิชัยพัฒนา จุดที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ในปี 2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จัดตั้ง ‘โครงการทหารพันธุ์ดี’ ขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมให้กำลังพลของกองทัพมีความรู้ความสามารถในการปลูกผักปลอดภัย และมีคุณภาพได้มาตรฐานเพื่อบริโภค เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน หากเหลือจากการบริโภคแล้ว สามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกด้วย โดยจัดกิจกรรมให้พลทหารกองประจำการในแต่ละผลัดอาสาเข้าร่วมโครงการหลังจากที่ผ่านการฝึกทางการทหารแล้ว    พลทหารกองประจำการที่เข้าร่วมโครงการจะเรียนรู้วิธีการปลูกผักปลอดภัยในแปลงเกษตรของมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ตั้งแต่การเตรียมแปลง การหว่านหรือการเพาะกล้า ไปจนกระทั่งการเก็บเกี่ยวทำความสะอาด จนกระทั่งการจำหน่ายเข้าโรงเลี้ยงของค่าย หรือนำออกจำหน่ายสู่ตลาดในท้องถิ่นใกล้เคียง ในการเริ่มต้นการดำเนินงาน โครงการทหารพันธุ์ดีได้รับพระมหารุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพ สามารถเก็บเมล็ดปลูกต่อได้ จากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ โครงการทหารพันธุ์ดี จะรับสมัครพลทหารกองประจำการ ผลัดละประมาณ5-10 นาย ตามความเหมาะสม เข้าประจำแปลงผัก เรียนรู้การปลูกผักปลอดภัย โดยมีครูฝึกที่ได้เข้าฝึกอบรมที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงรายเป็นผู้ถ่ายทอด และมีศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย เป็นพี่เลี้ยง ในอนาคต โครงการทหารพันธุ์ดีมีแผนที่จะติดตามการขยายผลโครงการของพลทหารที่ปลดประจำการไปยังชุมชนบ้านเกิดของตน และมอบรางวัลแก่ผู้ที่มีผลงานขยายผลโครงการไปยังชุมชนบ้านเกิดด้วย ในการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก ไก่พื้นเมืองและไก่กระดูกดำ และทรงปล่อยปลานิลจิตรลดา จำนวน 90,000 ตัว ในสระน้ำภายในค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก การจัดตั้ง ‘โครงการทหารพันธุ์ดี’ ของมูลนิธิชัยพัฒนากับมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก นับเป็นนิมิตหมายอันดี ในการร่วมมือและรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ปฎิบัติงานสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้ประเทศไทยผลิตพืชอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยสืบต่อไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรของชาวไทยให้มีความมั่นคงด้านอาหาร นับเป็นการสร้างความมั่นคงภายในประเทศอีกทางหนึ่ง  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงาน ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์41 / 254 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำคณะทูตานุทูตพร้อมคู่สมรส เยี่ยมชมโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดสมุทรสงคราม