ความเป็นมา

ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ

ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมี
พระราชดำริที่จะทรงมีเมล็ดพันธุ์พืชสะสมสำรองไว้ในยามที่
ประเทศชาติบ้านเมืองประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์
เพราะในยามที่ประเทศชาติบ้านเมืองเกิดภาวะวิกฤติจากภัยธรรมชาติ
ราษฎรเดือดร้อน พื้นที่ทำกินเสียหาย ในช่วงเวลาเช่นนั้น
จะเกิดความขาดแคลนขึ้น และหนึ่งในสิ่งที่ทรงพบคือ
การขาดแคลนเมล็ดพันธุ์พืช ที่จะพระราชทานแก่ราษฎร
เพื่อปลูกในทันทีที่ได้รับการฟื้นฟูพื้นที่

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้งโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อผลิต
เป็นเมล็ดพันธุ์สะสมสำรองไว้ เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานแก่
ราษฎรในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และราษฎรทั่วไป
ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช ให้เกษตรกรได้
มีพืชที่มีสายพันธุ์ที่ดี ได้ผลผลิตดี ตอบสนองต่อความต้องการ
ของเกษตรกรด้านพันธุ์พืช ทนทานต่อโรคและแมลง

พ.ศ.
2552

จัดตั้งศูนย์แห่งที่ 1 ณ จังหวัดเชียงราย

มูลนิธิชัยพัฒนาได้จัดตั้งโครงการขึ้นบนที่ดินราชพัสด
ุในตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พื้นที่ 135 ไร่ 1 งาน
10.3 ตารางวา เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านสะสมไว้
เป็นเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานและได้พระราชทานชื่อโครงการนี้ว่า
“ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ” เพื่อ
เป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ 100 ปี
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ และได้เสด็จ
พระราชดำเนินมาทรงเปิดศูนย์ฯนี้ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2552

พ.ศ.
2554

จัดตั้งศูนย์แห่งที่ 2 ณ จังหวัดสระบุรี

มูลนิธิชัยพัฒนาได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ แห่งที่ 2 ขึ้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและพืชไร่ เช่นถั่วเขียว สะสมไว้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน อีกแห่งหนึ่ง

พ.ศ.
2555

จัดตั้งศูนย์แห่งที่ 3 ณ จังหวัดสุรินทร์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีรับสั่งให้จัดตั้ง
ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพื่อผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 สะสมสำรองไว้เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน
มูลนิธิชัยพัฒนาจึงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนา
พันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นแห่งที่ 3