พระราชกรณียกิจ

เพื่อประชาชนชาวไทย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงาน ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ ในจังหวัดศรีสะเกษ วันที่ 29 ตุลาคม 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ หนึ่งในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา ดังนี้ เวลา 9.25 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงแปลงนาในหมู่บ้านส้มป่อย ตำบลส้มป่อย อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อเข้าโครงการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ    การครั้งนี้ ได้ทรงมีพระราชดำริให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทำโครงการนำร่อง โดยใช้พื้นที่นา 3 ไร่ 77 ตารางวา ในบ้านส้มป่อย ตำบลส้มป่อย อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โดยให้ราษฎรอาสาสมัครเข้าทำนาในพื้นที่นำร่อง อย่างตั้งใจและใส่ใจ มีความละเอียดประณีตในการผลิตทุกขั้นตอน เมื่อประสบผลสำเร็จในการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ที่เข้าเกณฑ์มาตรฐานของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จึงจะขยายผลสู่เพื่อที่อื่นในจังหวัดศรีสะเกษต่อไป    เวลา 10.10 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการฝายน้ำบ้านตรอกตอนล่าง ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการวิถีชีวิตชาวบ้าน ทรงติดตามการดำเนินโครงการฝายน้ำบ้านตรอกตอนล่าง ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ที่กรมชลประทาน มูลนิธิชัยพัฒนา และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. ร่วมกันขุดลอกหน้าฝายบ้านตรอกล่างขึ้น เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขุดลอกแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรในการใช้อุปโภค บริโภค และการเกษตร รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยและแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยได้ดำเนินการปรับปรุงฝายประชาอาสา ฝายเดิมในบ้านตรอกล่างที่มีสภาพตื้นเขิน เมื่อแล้วเสร็จ เปลี่ยนชื่อเป็น "ฝายบ้านตรอกตอนล่าง" มีความลึกเฉลี่ย 3 เมตร ระยะทางประมาณ 900 เมตร พื้นที่ขุดลอกประมาณ 35 ไร่ สามารถเก็บกักน้ำ 112,000 ลูกบาศก์เมตร    ในการนี้ ทรงปล่อยพันธุ์ปลา 6 ชนิด ได้แก่ ปลาสวาย, ปลาเทโพ, ปลากระแห, ปลาสร้อยขาว, ปลาตะเพียนทอง และปลาตะเพียนขาว รวมจำนวน 99 ตัว ลงสู่ฝายน้ำบ้านตรอกล่าง เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป แล้วทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อทรงตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนา เวลาประมาณ 9.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย โดยในเวลาประมาณ 09.40 น. ได้เสด็จพระราชดำเนินยังบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโรงคัดบรรจุผักปลอดภัยของชุมชน ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โรงคัดบรรจุผักปลอดภัยของชุมชนที่จะสร้างขึ้นในบ้านดงป่าสัก ตำบลบ้านด้าย นี้ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง มูลนิธิชัยพัฒนาโดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านด้าย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปลูกผักพื้นบ้าน สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผักให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัยจากสารเคมี โดยนอกจากจะสร้างโรงคัดบรรจุผักที่ได้มาตรฐานให้แก่กลุ่มเกษตรกรแล้ว ยังจะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษ กรรมวิธีในการคัดและบรรจุผักที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค จากนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งขึ้น เป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ 100 ปี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ โดยมีพระราชประสงค์ให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักสะสมสำรองไว้ เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานแก่ประชาชนทั่วไป และประชาชนในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ นับเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า กิจกรรมหลักของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ คือ ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ฟักแฟง แคบ้านดอกขาว ถั่วพู มะเขือเปราะเจ้าพระยา มะเขือขาวกรอบ บวบ กระเจี๊ยบเขียว มะเขือยาว ถั่วฝักยาว พริก น้ำเต้า เป็นต้น และมีการดำเนินงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช ให้เกษตรกรได้มีพืชสายพันธุ์ที่ดี ตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรด้านพันธุ์พืช ทนทานต่อโรคและแมลง ได้ผลผลิตที่ดี นอกจากนี้ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ได้ทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่โดยรอบ ดังนี้ โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทาน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ เป็นโครงการที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ตั้งขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านเข้าร่วมผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก เช่น น้ำเต้า ฟักแฟง ถั่วพู ถั่วแปบ คะน้า กวางตุ้ง ฟักทอง และบวบหอม สะสมไว้เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติและโครงการช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ เนื่องจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้ได้ปริมาณนั้น ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชฯได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” เพื่อให้ราษฎรได้มีโอกาสเข้าร่วมถวายงาน และช่วยให้มีเมล็ดพันธุ์ผักสำรองเพียงพอตามพระราชประสงค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านชุดแรกที่ผลิตโดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ แก่ผู้ประสบอุทกภัยในโครงการฟื้นฟูพื้นที่ผู้ประสบอุทกภัย 17 จังหวัด ในปี 2554  นับจากนั้นได้พระราชทานแก่ผู้ประสบภัยและราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลและทุรกันดารเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รวมแล้วได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์แก่หน่วยงานราชการ 13 แห่ง สถานศึกษา 298 แห่ง ราษฎร 53,605 ครัวเรือน เป็นจำนวน 76,675 ชุด เป็นจำนวนซอง 460,050 ซอง และได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ราษฎร ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี อีก 19 ชนิด เป็นน้ำหนักเมล็ดพันธุ์รวม 2,884.6 กิโลกรัม ส่วนโครงการปลูกผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP เกิดขึ้นจากการที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ราษฎรปลูกพืชผักสวนครัวในบริเวณบ้าน ในโครงการ ‘บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง’ เพื่อให้มีผักบริโภคกันในครัวเรือน หากเหลือสามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริม และต่อมาทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดทำโครงการ ‘ซอยนี้มีรัก ปลูกผักแบ่งปัน’ ตามคำร้องขอของราษฎร โดยได้พระราชทานกล้าต้นมะรุม กล้าต้นเสี้ยว กล้าต้นขี้เหล็ก เมล็ดแค และกล้าไม้ผล เช่น มะม่วง ขนุน ชมพู่ม่าเมี่ยว มะกอก มะขาม ให้ชุมชนนำไปปลูกทั้งในบ้าน ตามริมถนนในหมู่บ้าน และที่สาธารณะในหมู่บ้าน โดยมีพระราชประสงค์ให้คนทั้งในหมู่บ้านและคนทั่วไปสามารถเก็บไปประกอบอาหารรับประทานได้  และราษฎรมีไม้ผลไว้แบ่งปันกันบริโภค ราษฎรส่วนใหญ่ไม่ได้ปลูกผักสวนครัว เมื่อเข้าโครงการก็ได้ปลูกผักพื้นบ้านที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์และปลูกพืชอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อบริโภคในครัวเรือน จนกระทั่งมีเหลือสามารถนำมาจำหน่ายให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ นำมาขายที่ร้านจันกะผัก อันเป็นร้านขายผลิตภัณฑ์ ของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ เป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน